Story

วันนี้ไปลุยจุฬา ไปถ่ายรูปกับทีมงานนิตยสาร pocket PC เล่มนึง ในบรรยากาศที่แปรปรวนพอสมควร หลังจากออกจากงาน ถือว่าเป็นวันแรกที่ได้คุยกับคนแปลกหน้าแบบเป็นการเป็นงานจริงๆจังๆ น้ำลายบูดมานาน ตลกดีครับ ยิ่งพวกตากล้องด้วยก็ยิ่งออกแนวฮาๆอีก คลายเครียดไปได้เยอะทีเดียว ^_^


ขบวนการโฟโต้เรนเจอร์ (โอยกิเลสอยากได้เลนส์ใหม่)

เมื่อวานแวะไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลมา ไมได้ป่วยนะครับ แต่ไปจี้ขี้แมลงวันออก ตอนแรกกะไปเอาออกแค่สองจุด ไปๆมาๆ หมอยิงไปซะ เกือบยี่สิบจุด ตอนนี้ถ้าใครเห็น ชายตัวแห้งๆ เดินๆอยู่โดยมีพาสเตอร์แปะเต็มหน้า ให้ฟันธงไปก่อนเลยมา ไอ้คนนั้นมันคือผมนี่แหละ (แสนเศร้า T_T )

เฮ้องานไม่เดิน เงินต้องใช้ แถมกิเลสยังเยอะอีกต่างหาก เซงจริงๆเล๊ยยยยย..............................

นึกว่าจะอัพไมได้ซะละ ที่บ้านกว่าจะต่อเนตได้ 56k ฟรีจากคนรู้จัก ได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่อารมณ์มัน

อย่างที่เคยบ่นๆไว้สองสามเดือนที่แล้วว่าจะออกๆ ตอนนี้ออกแล้วล่ะ 555 คำถาม ถามว่าออกมาแล้วแกมาทำอะไร ได้ U แล้วหรอ

คำตอบ บอกว่า ว่าง และยังไม่ได้ยู อะไรทั้งนั้น

เหตุผลคงไม่ต้องบอกว่าทำไมออก บอกไปหมดแล้วถ้าใครเกิดพลาด ติดตามบทความไร้สาระของผมมาเป็นเนืองๆ ตอนนี้ว่าง และสบายดี

จริงๆแล้วไม่รู้หรอก ตัดสินใจผิดหรือเปล่า แต่ยังไงชีวิตคนเราก็ต้องเดินต่อไป เวลาเดินมาถึงทางแยก คุณก็ต้องเลือกว่า จะไปซ้ายหรือขวา มัวรอคุณก็เสียเวลา กลัวว่าไปซ้ายจะเจออะไร ขวาดีกว่าไหม หรือถ้าขวาไม่ดีทำไง ต้องกลับมาไหม?

บางคนถ้าเจอทางไม่ดีอาจเดินกลับ แต่ผมคงไม่ ผมว่าการเดินถอยหลัง มันทั้งเสียเวลา แล้วก็ไม่มีอะไรบอกเราได้ด้วยว่า ถ้าเราถอยไปแล้วเลือกอีกทาง ทางอีกทางมันจะดีจริงๆ สู้เดินๆไปเนี่ยแหละ ทุลักทุเลบ้าง แต่มันก็ยังเดินไปได้แหละนะ


ขนาดฟ้ายังมีขาวมีดำ แล้วปะสาอะไรกับชีวิตคนมีมืดมีสว่างบ้างก็ไม่เห็นแปลก

ปล. ทรายเอ๊ย ขอบใจสำหรับการแจกจ่ายงาน แต่ว่าหัวตันคิดอะไรไม่ออกเลยอ่ะ T_T
ปล2. คือว่าคือ อย่างที่บอกว่าเนตช้าจนเกือบตายสนิท รูปจะลงทีรอไปสามชาติ ไว้ติดไฮสปูดก่อนนะขอรับ
ปล3. กลับไปตอบบ้างไม่ตอบบ้างอย่าว่ากันนะครับ U_U

วันก่อน ไปช่วยคนๆนึงทำงานมา (อย่าถามว่าใคร บอกไปก็ไม่รู้อยู่ดี) แต่ ช่วยอะไรไม่ได้ เฮ้อ งานเขียนเป็นงานที่ไม่ถนัดเอาซะเลย

 

เมื่อวานเป็นวันแรกที่อ่านหนังสือได้เยอะแบบสุด นับจากเรียนจบมา เล่นเอาวันนี้ตาบวมเลยผม พี่ที่ทำงานถามว่า แก ร้องไห้มารึไง??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยากเรียนแล้วก็จริง แต่ยังไม่อยากไป ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...

 
 
 

ปล. มาเงียบๆ ไปแบบเงียบๆ

ปล2. entry ก่อนมีคนมาบอกว่า ถ้าสิ่งที่รอ ไม่ควรค่าแก่การรอ แล้วจะรอทำไม ถ้ามันไม่น่าจะรอ ก็ไม่ต้องรอสิ รอทำไม? แล้วเราก็ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมันสิ่งนั้นใช่ป่ะ?? เมื่อเราไม่ใส่ใจ แล้วเราจะหัวเสีย จะบ่นทำไม?? นั่นสิ แล้วผมงง อะไรรึเปล่าเนี่ย??
 

ปล3. ตอบ ปล2. การรอ มันต้องรออย่างมีเหตุผล ถ้าเราบอกว่า รอได้  เราก็ไม่ควรบ่นจริงไหม ?? ผมว่ามันต่างกันนิดเดียวระหว่าง สิ่งที่ควรค่าที่จะรอ กับ อยากรอ เหมือนที่ผมบอกว่า สิ่งที่คุณรอมันจำเป็นไหม? เวลาคนเป็นแม่ตั้งท้อง รอ 9 เดือนควรรอไหม? ถ้าไม่บังเอิญท้องเนี่ย ผมว่า คงไม่มีแม่คนไหน ถามลูกตัวเองหรอกว่า ทำไมแกไม่อยู่ในท้องชั้นแค่เดือนเดียว ชั้นขี้เกียจรอ

กับการที่เราไปรอกินฟูจิ (ที่คนรอกินกันเหมือนแจกฟรี) บางคนรอไปบ่นไป ถามว่ามีใครบังคับให้ไปกินรึไง? ไม่กินตายไหม? ถ้าอยากรอ ก็ไม่ต้องบ่น...

 

ปล4. ปล2. ปล3. ไม่ต้องอ่านหรอก ครับ ผมมั่วเอา แหะๆ